Skip to content

8 เครื่องมือ Excel สำหรับวิศวกรที่ใช้บ่อย

1. Sum function

ถ้าเราต้องการหา ผลรวม ของราคาหนังทั้ง 4 เล่ม ตามรูปภาพที่ 1

ภาพที่ 1 โจทย์

เราสามารถใช้ Sum function โดยการพิมพ์ =sum( ตามภาพที่ 2

ภาพที่ 2 พิมพ์ =sum(

จากนั้นเลือกราคาทั้ง 4 หนังสือแล้วกด Enter ดังภาพที่ 3

ภาพที่ 3 ลากคลุม Cell C2 ถึง C5

ก็จะได้ราคารวมออกมาดังภาพที่ 4

ภาพที่ 4 ผลลัพธ์การรวมราคาหนังสือ

2. Average function

การหา ค่าเฉลี่ย ก็เหมือนกับ Sum เลย เพียงเปลี่ยนเป็น =Average( จากนั้นคลุม Cell ที่ต้องการ ได้ผลลัพธ์ดังภาพที่ 5

ภาพที่ 5 ผลลัพธ์การหาค่าเฉลี่ยของหนังสือ

3. Count function

หลายคนอาจจะไม่ทราบว่าทุกครั้งที่เราลากคลุม Cell จะมีการนับให้อยู่ด้านล่างตลอด และไม่ใช่แค่ Count เท่านั้น

ยังมี Sum Average อีกด้วย ดังภาพที่ 6

ภาพที่ 6 การคำนวณ Average Count Sum อัตโนมัติเมื่อลากคลุม

หรือจะสามาร ใช้ Function เหมือน Sum กับ Average เพียงพิมพ์ =Count( แล้วลากคลุม Cell ที่ต้องการ

4. Goalseek

คือการหาค่าที่เหมาะสมที่สุดจากการสุ่ม

ตัวอย่าง เช่น ถ้ามีเงินอยู่ 1,000 บาท ต้องการซื้อหนังสือ Static มากกว่า Drawing 2 เล่ม ต้องซื้อหนังสือ Static กี่เล่ม

ถ้าไม่ใช้ Goalseak ก็ต้องตั้งสมการ

กำหนดให้ จำนวนหนังสือ Drawing คือ x ราคา 109 บาท

จำนวนหนังสือ Static คือ X + 2 ราคา 99 บาท

ดังนั้น เงิน 1000 บาท จะซื้อหนังสือ ได้ 99*(x + 2) + 109*(x) = 1000

แก้สมการได้ x = 3.86

ปัดลงเพื่อไม่ให้เงินเกิน คือ Drawing 3 เล่ม Static 5 เล่ม

ถ้าใช้ Goalseak

กำหนดหนังสือ Static มากกว่า Drawing 2 เล่ม ช่อง D2 ใส่สูตร =D3+2 ดังภาพที่ 7

ภาพที่ 7

กำหนดช่อง E3 ให้เป็นผลรวมของทั้งสองเล่มโดยใส่สูตร =(C2*D2)+(C3*D3) ดังภาพที่ 8

ภาพที่ 8

จากนั้นทำการคลิกช่อง E3 แล้วเลือก Tools->Goalseak ตั้งค่า to value เป็น 1,000 และ by changing cell เป็น D2 ดังภาพที่ 9

ภาพที่ 9
ภาพที่ 10

จากนั้นกด OK ช่อง D3 จะถูกสุ่มไปเรื่อยๆ จนกว่าช่อง E3 จะมีค่าเท่ากับ 1,000 ซึ่งได้คำตอบออกมาเป็น ดังภาพ 10

ได้คำตอบดังภาพที่ 11

ภาพที่ 11

5. IF function

ถ้าหากต้องการหาหนังสือที่มีราคาน้อยกว่า 200 บาท โดยพิมพ์คำสั่งช่อง D2 พิมพ์ว่า =IF(C2<200,B2,"") ดังภาพที่ 12

ภาพที่ 12

จากนั้นลากสูตรลงมา หรือ คลิกที่มุมขวาล่างของ Cell D2 จะกรอกสูตรอัตโนมัติ ดังภาพที่ 13

ภาพที่ 13

นอกจาก If function แบบปกติแล้ว เราสามารถใช้ sumif, countif, averageif ได้ด้วย เช่น

ค่าเฉลี่ยของหนังสือที่ราคามากกว่า 100 ก็พิมพ์คำสั่ง =Averageif(C2:C5,”>100″)

ผลรวมของหนังสือที่ราคามากกว่า 150 ก็พิมพ์คำสั่ง =Sumif(C2:C5,”>150″)

นับหนังสือที่มี ID ที่มากกว่า 3 เป็นจำนวนคู่ =Countif(A2:A5,”>3″)

6. Color scales

ถ้าต้องการจำแนกราคาหนังสือตามสี เช่น สีเขียวถูก สีแดงแพง สามารถใช้ Color condition ได้ ดังภาพที่ 14

ภาพที่ 14

และได้ผลลัพธ์ดังภาพที่ 15

ภาพที่ 15

7. Sort function

ถ้าต้องการเรียงชื่อหนังสือตามลำดับตัวอักษร A-Z หรือ ก-ข สามารถลากคลุมและคลิกขวาเลือก Sort ใช้ฟังก์ชัน Sort ได้

ภาพที่ 16

ได้ผลลัพธ์ดังภาพที่ 17

ภาพที่ 17

8. Filter auto

นอกจากฟังก์ชัน Sort สามารถใช้ filter ตาม column โดยการลากคลุม Header ตารางและกด Data->Auto-filter ดังภาพที่ 18

ภาพที่ 18

จะมีลูกศรชี้ลงด้านล่างโผล่ออกมา ดังภาพที่ 19

ภาพที่ 19

ลองคลิกที่ปุ่มลูกศรจะพบว่าสามารถ เรียงลำดับจากน้อยไปมาก จากมากไปน้อย หรือ ไม่เอาค่านั้นๆออกได้